เงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้รับการยกเว้นภาษี

PEAK Account

8 Min Read

tax-personal-income-exemption

การยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปัจจุบันมีความสะดวกรวดเร็วสามารถยื่นแบบทางออนไลน์ได้ เป็นหน้าที่ของผู้มีเงินได้ทุกคนในการยื่นแบบ ถึงแม้จะมีเงินได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี สำหรับการยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2563 สามารถยื่นแบบทางออนไลน์ได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564

ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีเงินได้บางประเภทที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษี อันเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้ สำหรับประเภทของเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่สำคัญ ตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร  มีดังต่อไปนี้

1. สวัสดิการประเภท ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่ายานพาหนะ ค่าเดินทาง ที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง

สวัสดิการประเภทค่าเบี้ยเลี้ยง

1.1 ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่ายานพาหนะ ค่าเดินทาง ที่ลูกจ้างหรือผู้มีหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือผู้รับทำงานให้ ได้รับเนื่องจากการเดินทางไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ในประเทศหรือต่างประเทศเป็นครั้งคราว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยต้องเข้าลักษณะดังนี้ (ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.59/2538)

(ก) ต้องเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่จะต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น

(ข) ในกรณีบุคคลดังกล่าวได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราไม่เกินอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงสูงสุดที่ทางราชการกำหนดจ่ายให้แก่ข้าราชการ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ในประเทศหรือต่างประเทศ แล้วแต่กรณีตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่าย ให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าว เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น โดยไม่ต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินมาพิสูจน์

(ค) ในกรณีบุคคลดังกล่าวได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราเกินกว่าอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงตาม (ข) และบุคคลดังกล่าวไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้นให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าวเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลนั้นได้จ่ายไปโดยสุจริต เพียงเฉพาะในส่วนที่ไม่เกินอัตราตาม (ข)

(ง) การเดินทางไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ ตาม (ก) ต้องมีหลักฐานการได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานนอกสำนักงานหรือนอกสถานที่จากนายจ้างหรือผู้จ่ายเงินได้ โดยต้องระบุลักษณะงานที่ทำและระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามหน้าที่แล้วแต่กรณีด้วย

1.2 ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทางตามอัตราที่รัฐบาลกำหนดไว้ โดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยอัตราค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

1.3 เงินค่าเดินทางซึ่งนายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง เฉพาะส่วนที่ลูกจ้างได้จ่ายทั้งหมดโดยจำเป็นเพื่อการเดินทางจากต่างถิ่นในการเข้ารับงานเป็นครั้งแรก หรือในการกลับถิ่นเดิมเมื่อการจ้างได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้รวมถึงเงินค่าเดินทางที่ลูกจ้างได้รับในการกลับถิ่นเดิม และในการเข้ารับงานของนายจ้างเดิมภายในสามร้อยหกสิบห้าวัน นับแต่วันที่การจ้างครั้งก่อนได้สิ้นสุดลง

2. ค่าสวัสดิการอื่นๆที่ลูกจ้างได้รับจากนายจ้าง

ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเช่าบ้าน เงินช่วยการศึกษาบุตร เครื่องแบบพนักงาน ผลประโยชน์จากเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น

ค่าสวัสดิการใหม่ที่นายจ้างให้กับลูกจ้าง

2.1. เงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนลูกจ้างเป็นค่ารักษาพยาบาล สําหรับ (ก) ลูกจ้าง สามี ภริยา บุพการีหรือผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้าง ทั้งนี้ เฉพาะสําหรับการรักษาพยาบาลที่กระทําในประเทศไทย (ข) ลูกจ้างในกรณีที่จําเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศในขณะปฏิบัติการตาม หน้าที่ในต่างประเทศเป็นครั้งคราว ทั้งนี้ เงินจํานวนดังกล่าวได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 149 (พ.ศ.2523) ใช้บังคับสําหรับเงินได้ปี 2523 เป็นต้นไป)

2.2 เงินได้ที่ทางราชการจ่ายให้เป็นเงินค่าเช่าบ้านหรือเงินที่คํานวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ให้อยู่ โดยไม่เสียค่าเช่า เงินช่วยการศึกษาบุตร เงินช่วยเหลือบุตร เงินค่าเบี้ยกันดาร เงินยังชีพ หรือเงินค่าอาหาร ทําการนอกเวลา (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 136 (พ.ศ.2517) ใช้บังคับสําหรับเงินได้ปี 2517 เป็นต้นไป)

2.3 เงินได้ที่คํานวณได้จากมูลค่าของเครื่องแบบซึ่งลูกจ้างได้รับจากนายจ้างในจํานวนคนละไม่เกิน 2 ชุดต่อปีและเสื้อนอกในจํานวนคนละไม่เกิน 1 ตัวต่อปี “เครื่องแบบ” ตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า เครื่องแต่งกายรวมทั้งสิ่งประกอบเครื่องแต่งกายที่ กําหนดให้แต่งเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน แต่ไม่รวมถึงรองเท้าที่อาจใช้งานได้ทั่วไป ชุดชั้นใน หรือสิ่งประกอบ เครื่องแต่งกายที่ทําด้วยโลหะ หรืออัญมณีที่มีค่า เช่น เงิน ทองคํา ทับทิม หยก เป็นต้น

2.4 เงินได้เท่าที่ลูกจ้างจ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารอง เลี้ยงชีพในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้างเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท สําหรับ ปีภาษีนั้น ทั้งนี้ สําหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2551 เป็นต้นไป

2.5 เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับจากกองทุนสํารองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารอง เลี้ยงชีพ ดังต่อไปนี้ (ก) เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับ เนื่องจากลูกจ้างออกจากงานเพราะตาย ทุพพลภาพหรือ ออกจากงานเมื่อมีอายุไม่ต่ํากว่า 55 ปีบริบูรณ์ (ข) เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่มีสิทธิได้รับจากกองทุนสํารองเลี้ยงชีพเนื่องจากลูกจ้างออกจากงานก่อนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ แต่เมื่อออกจากงานแล้วได้คงเงินหรือผลประโยชน์นั้นไว้ ทั้งจํานวนในกองทุน สํารองเลี้ยงชีพ และต่อมาได้รับเงินหรือผลประโยชน์หลังจากลูกจ้างผู้นั้นตาย ทุพพลภาพหรืออายุครบ 55 ปี บริบูรณ์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนด(แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 292 (พ.ศ.2555) ใช้บังคับสําหรับเงินได้ปี 2553 เป็นต้นไป)

3. เงินได้จากมรดก เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะหรือจากการให้โดยเสน่หา

เงินได้จากมรดก

3.1 เงินได้ที่ได้รับจากการรับมรดก (พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558)

3.2 เงินได้ที่ได้รับจากกองมรดก ซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ไว้ในนามของกองมรดกแล้ว

3.3 เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะหรือจากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดานหรือคู่สมรส เฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น

3.4 เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธี หรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งนี้ จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เฉพาะเงินได้ ในส่วนที่ไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น

3.5 เงินได้ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หาที่ผู้ให้แสดงเจตนาหรือเห็นได้ว่ามีความประสงค์ให้ใช้ เพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์ ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กําหนด ในกฎกระทรวง (พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 40) พ.ศ.2558)

4. ดอกเบี้ย

ดอกเบี้ย

4.1 ดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์ที่ได้รับจากสหกรณ์

4.2 ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ เฉพาะ กรณีที่ผู้มีเงินได้ได้รับดอกเบี้ยดังกล่าวในจํานวนรวมกันทั้งสิ้นไม่เกิน 20,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น ทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนด ทั้งนี้เจ้าของบัญชีเงินฝากต้องไม่คัดค้านการส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารให้แก่กรมสรรพากร หากไม่ยินยอมจะไม่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษี

4.3 ดอกเบี้ยพันบัตรหรือดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 187 (พ.ศ.2534) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2534

5. อื่นๆ

สวัสดิการอื่นๆ

5.1 เงินได้จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแต่ไม่รวมถึงเงินได้จากการขาย หลักทรัพย์ที่เป็นหุ้นกู้หรือพันธบัตร (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 187 (พ.ศ.2554) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2534)

5.2 รางวัลจากสลากกินแบ่งหรือสลากออมสินของรัฐ รางวัลสลากบำรุงสภากาชาดไทย รางวัลที่รชการจ่ายให้ในการประกวดหรือแข่งขัน หรือสินบนรางวัลที่ราชการจ่ายให้ เพื่อประโยชน์ในการปราบปรามการกระทำความผิด

5.3 เงินประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตนได้รับจากกองทุนประกันสังคม กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย, คลอดบุตร, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, สงเคราะห์บุตร, ชราภาพหรือว่างงาน

5.4 เงินได้จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแต่ไม่รวมถึงเงินได้จากการขาย หลักทรัพย์ที่เป็นหุ้นกู้หรือพันธบัตร (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 187 (พ.ศ.2554) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2534)

ในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในแต่ละปี มีข้อมูลอัพเดตที่เกี่ยวข้อง เช่น รายการค่าลดหย่อน สิทธิประโยชน์ทางภาษี PEAK มีบทความที่ให้ความรู้ทางบัญชี ภาษีแก่บุคคลทั่วไป นักบัญชี และผู้ประกอบการ

ติดตามความรู้จาก โปรแกรมบัญชี PEAK ได้ที่ peakaccount.com
หรือเข้าใช้งานโปรแกรม คลิก เข้าสู่ระบบ PEAK

About Author

PEAK Account Avatar